การจัดสวนนั้นมิใช่ว่าเอาต้นไม้มาปลูกเป็นกลุ่มเป็นก้อน   เป็นแถวเป็นแนวให้เกิดความสวยงามเพียง อย่างเดียว แต่เราจะต้องคำนึงถึง วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งสวนด้วยว่า จะเอาวัสดุอุปกรณ์ประเภทไหนอย่างไร
มา ตกแต่งสวน ของเรา ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น และจะทำอย่างไรให้คงความงามไว้ได้นาน โดยเริ่ม    การจัดเตรียม
พื้นที่ การเลือกไม้ ดอกไม้ใบ การใช้วัสดุปูพื้น การกั้นรั้ว   การเลือกเฟอร์นิเจอร์ และการดูแลรักษา ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นมากต่อการจัดแต่งสวน

    วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งสวนที่จำเป็น

  • การเตรียมพื้นที่
    คือจะต้องทำบริเวณพื้นที่ที่จะจัดสวนให้เรียบโล่ง เหลือไว้แต่สิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง
    เช่นต้นไม้ใหญ่ ๆ หิน เนินที่มีอยู่เดิม การปรับพื้นดินทำโดยการรดน้ำจนเปียก   แล้วจึงใช้ลูกกลิ้งบด
    ให้เรียบ ถ้าบริเวณใดยุบเป็นบ่อ ให้เติมดินลงไป ระดับโดยรวม ควรลาดเอียงไปยังทางท่อระบายน้ำ
    และลาดเอียงออกจากตัวบ้าน เก็บเศษวัสดุ ก้อนหิน หญ้า และวัชพืช ที่ไม่ต้องการ
    ทิ้งให้หมดวาดแปลนที่ต้องการ ลงบนพื้นที่ โดยใช้ปูนขาวโรยเป็น กำหนดจุดแนว สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
    เช่น ลานพักผ่อน ทางเท้า ถนนเข้าบ้าน เป็นต้น กำหนดจุดที่จะปลูกต้นไม้ใหญ่

    ขอบเขตของแปลงที่จะปลูกไม้พุ่ม และไม้คลุมดินการปลูกไม้ต้นใหญ่นั้นควรจะขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่
    กว่าตุ้มดินที่หุ้มรากต้นไม้ไว้โดยรอบอีก 10 ซม. และลึกกว่าขนาดตุ้มดินอีก 10-15 ซม.โรยปุ๋ยสูตรเสมอ
    (16-16-16) รองก้นหลุมดินที่ขุดขึ้นจากหลุมให้แยกดินส่วนบน และส่วนก้นหลุมไว้ จากนั้นก็เอาดินส่วน
    บน มาสับพรวนจนเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วเอามาคลุกผสมกับดินที่ซื้อมาจากท้องตลาดในอัตราส่วน  ดิน
    บน:ดินผสม = 1:1 ใส่กลับลงไปในหลุมเป็นดินปลูก รดน้ำตามให้ชุ่ม ดินจะยุบตัวลง เติมดินปลูก และ
    รดน้ำจนดินไม่ยุบตัวอีก ถ้าต้นไม้ที่ปลูกใหม่นั้นสูงมาก หรือไม่สามารถตั้งตัวให้ตรงได้ให้ใช้ไม้ค้ำ
    ซึ่งอาจจะเป็นไม้ไผ่หรือไม้สนก็ได้ ส่วนการเตรียมพื้นที่ที่จะปลูกไม้พุ่ม และไม้คลุมดินนั้น
    ก็คล้ายคลึงกันกับการปลูกไม้ต้นใหญ่ แต่ขนาดหลุมจะตื้นกว่า
  • ต้นไม้ ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่งสวนนั้นแบ่งออกเป็น
    1. ไม้ต้น (Trees) เป็นไม้เนื้อแข็ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นใหญ่กว่าไม้พุ่ม ไม่ต้องอาศัย
    พาดพิงต้นไม้ หรือวัสดุอื่น เพื่อ ดำรงตัว มีความสูงเกิน 6 เมตร มีอายุได้นานปี เช่น ตะแบก อินทนิน
    จามจุรี ราชพฤกษ์ ฯลฯ ซึ่งไม้ต้นเหล่านี้ สามารถใช้เป็นฉากหลัง ให้ร่มเงา หรือเป็นแนวรั้วกันลม ฯลฯ


    2.ไม้พุ่ม (Shrubs) เป็นไม้เนื้อแข็งลำตัวตั้งตรง เป็นอิสระได้ไม่ต้องอาศัยต้นไม้ หรือวัสดุอื่นพาดพิง
    มีอายุได้นานหลายปี มีความสูงไม่มากนักการแตกกิ่งก้านมักจะไม่สูงจากพื้นดิน เช่น ชบา เข็ม ยี่เข่ง ยี่โถ
    ฯลฯ มักจะปลูกระดับแปลง จัดเล่นลายโดยใช้สี ปลูกเป็นรั้วกั้น หรือบังตา และมักจะปลูกตามขอบทาง


    3.พืชคลุมดิน (Ground Covers) คือพืชที่มีต้นเตี้ย สูงไม่เกิน 30 ซม. และมักจะปลูกเป็นกลุ่มก้อนติด ๆ กัน
    มีทั้งลำต้นตรง และลำต้นเตี้ย มีทั้งเป็นไม้เนื้ออ่อนอายุข้ามปี และเป็นพวกไม้ล้มลุกเช่น ผักเป็ดเขียว
    บานเช้า บานเย็น บัวสวรรค์ พลูด่าง เป็นต้น ใช้ปลูกประดับขอบแปลง
    จัดเล่นลายใช้สีหรือปลูกเป็นแปลงคลุมพื้นที่แทนหญ้า


    4.หญ้า (Grass) เป็นพืชคลุมดินเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน มีความสวยงาม
    และสามารถเหยียบย่ำได้ หญ้าที่ปลูกตามบ้านทั่ว ๆ ไปมีอยู่ 2 ชนิดคือ

  • วัสดุปูพื้น
    วัสดุปูพื้นของสวนในบ้านหมายถึง ส่วนใช้งานที่ต้องการผิวพื้นที่ไม่ใช่สนามหญ้าเพื่อทนการเหยียบย่ำ
    ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

    1.วัสดุปูพื้นแบบแข็ง (Rigid) ใช้ปูในบริเวณพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง โดยพื้นส่วนล่าง จะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก รองรับวัสดุปูพื้นอื่น ๆ เช่น อิฐ กระเบื้อง เซรามิค หิน วัสดุปูพื้นแบบนี้น้ำจะไม่สามารถซึมผ่านลงไปได้ อัตราการไหลของน้ำบนผิวหน้าจะสูง เพราะฉะนั้น ในขณะที่ปูพื้นแบบนี้ จะต้องคำนึงถึงการระบายน้ำเป็นสำคัญ ควรให้มีความลาดเอียง ออกจากบ้าน การปูพื้นด้วยวัสดุแบบแข็งนี้เหมาะกับ บริเวณลานนั่งเล่น ลานจอดรถทางเดิน ที่ต้องการความถาวร

    2.วัสดุปูพื้นแบบมีความยืดหยุ่น (Flexible) พื้นฐานส่วนลางใช้ทรายหรือปูนทรายบดอัดให้เรียบก่อน
    วัสดุที่ใช้ปูมีหลายชนิดเช่น บล็อกประดับพื้นรูปคดกริช รวงผึ้ง และอัฐศิลา ของปูนซิเมนต์ไทย อิฐมอญ
    และหินต่าง ๆ การปูแบบนี้น้ำจากพื้นผิวด้านบน สามารถซึมผ่านลงไปได้บ้าง   และอัตราการไหลของน้ำ
    บน ผิวหน้าจะไม่สูงเท่ากับวัสดุพื้นแบบแข็งการปูวัสดุปูพื้นแบบมีความยืดหยุ่นนี้สามารถทำเองได้ทันที
    การซ่อมแซมก็ทำได้ง่าย แต่ต้องระวังตอนอัดทราย  ถ้าอัดไม่ดีจะยุบตัวได้ในภายหลัง   การปูพื้นแบบนี้
    เหมาะ กับบริเวณลานนั่งเล่น ลานจอดรถ ทางเดิน ส่วนสนามเด็กเล่นควรใช้ทรายทั้งหมด
    เพื่อความปลอดภัย

  • รั้ว
    การออกแบบหรือตกแต่งบริเวณภายในบ้านนั้น นอกจากรั้วรอบบ้านที่ใช้แสดงขอบเขตของพื้นที่  และ
    ป้องกันอันตรายจากภายนอกแล้วเรายังต้องการรั้วเพื่อเป็นการแบ่งบริเวณที่กว้างขวางให้เล็กลง หรือ
    เพื่อบังสายตาของคนภายนอก ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัว หรือใช้เป็นที่บังแดด บังลม
    บางครั้งสามารถใช้รั้วเป็นเครื่องประดับสวนให้งดงามอีกด้วย


    การเลือกแบบของรั้วนั้นขึ้นอยู่กับแบบของบ้าน และรูปทรงของบริเวณสวน สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
    1.รั้วไม้ เสาอาจจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือใช้เสาเป็นไม้ได้ ส่วนผนังของรั้วใช้ไม้กั้น  อาจจะเป็น
    ไม้ไผ่ ซึ่งเหมาะกับการจัดสวนญี่ปุ่น หรือรั้วไม้ซุงซึ่งเหมาะกับสวนบ้านไร่
    ส่วนอายุการใช้งานนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของไม้ การซ่อมแซมทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก


    2.รั้วอิฐบล๊อค โครงสร้างของเสา และคานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังรั้วใช้อิฐ บล๊อค ซึ่งมีหลายแบบหลายขนาด ทั้งทึบ และโปร่ง จะมีอายุการใช้งานได้นาน การซ่อมแซมเพียงทาสีใหม่ เมื่อสีเก่าจางไป

    3.รั้วเหล็ก หรือรั้วอัลลอยด์ โครงสร้างของเสาคาน อาจจะเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือเสาเหล็กได้
    ส่วนผนังนั้นใช้เหล็กกั้น มีความแข็งแรง และทนทานได้ดี จะมีอายุการใช้งาน ได้นาน แต่ต้องขึ้นอยู่
    กับการดูแล รักษาด้วย สำหรับบ้านที่อยู่ใกล้ทะเลไม่ควรทำรั้วแบบนี้เพราะไอน้ำเค็มจากทะเลจะทำ
    ให้รั้วเป็นสนิมเร็วขึ้น ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

  • เฟอร์นิเจอร์
    ในสวน หมายถึงวัสดุต่าง ๆ ที่นอกเหนือไปจากต้นไม้ และวัสดุปูพื้นที่ใช้ตกแต่งในบริเวณสวน เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิด จุดเด่น จุดน่าสนใจ หรือไว้ใช้งานใสบางครั้ง ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้
    1.หิน การใช้หินมาตกแต่งสวนนั้น จะต้องใช้หินชนิดเดียวกัน แต่ให้แตกต่างกันที่ขนาด ไม่ควรใช้หิน
    หลากหลายชนิด ในพื้นที่เดียวกัน หินที่นิยมใช้ในการจัดสวนคือ หินภูเขา หินแม่น้ำ หินทะเล หินกาบ
    หินชั้น หินแผ่น โดยทั่วไปแล้ว มักใช้หินนำมาจัดเป็นสวนหย่อม ซึ่งนิยมใช้หินก้อนใหญ่ ๆ  ประกอบ
    กับไม้คลุมดิน หรือจัดเป็น สวนหิน ซึ่งนิยมจัดในบริเวณที่ไม่สามารถปลูกหญ้าได้ หรือในพื้นที่ขนาด
    เล็ก การจัดสวนหินนี้ นอกจากมีหินใหญ่เป็นประธานแล้ว ยังต้องใช้กรวดก้อนเล็ก ๆ ประกอบด้วย

    นอกจากนี้อาจใช้หินตกแต่งเป็นทางเท้า โดยมากนิยมใช้หินแผ่น หรือใช้หินปูบริเวณ โคนต้นไม้
    เพื่อแยกสนามหญ้าออกจาก โคนต้นไม้ใหญ่ เพื่อสะดวกในการตัดหญ้าหรือปูรองรับ บริเวณที่น้ำฝน
    ตกลงกระทบ เพื่อลดการกระแทกของน้ำฝนกับผิวหน้าดิน

    2.เก้าอี้ชุดสนาม และม้านั่งต่าง ๆ จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในสวน ไม่ว่าจะมีสวนประเภทใดขนาด
    เท่าใด มักจะมีเก้าอี้สนามกันทั้งนั้น เพราะการมีเก้าอี้สนามไว้ในสวน แสดงให้เห็นถึง การเชื้อเชิญให้
    หยุดพักผ่อน และนั่งเล่น ดังนั้น เก้าอี้ชุดสนาม ควรมีอายุการใช้งานที่นานปี ทนแดดทนฝนได้ดี   ส่วน
    มากจะทำมาจากวัสดุ ประเภท ไม้ หินขัด หินธรรมชาติ เหล็กหล่อ อัลลอยด์ ผ้าใบ พลาสติก ฯลฯ หรือ
    อาจจะเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์มาจากวัสดุที่เหลือใช้ภายในบ้านได้

    เก้าอี้ชุดสนาม มัก ประกอบไปด้วย โต๊ะ และเก้าอี้ 4 ตัว จัดวางไว้บริเวณลานพักผ่อนที่จะนั่งเล่น หรือ
    ตามเทอร์เรส ใช้นั่งรับประทานอาหารว่างยามบ่าย จัดไว้ในบริเวณศาลาในสวน ลานโคนต้นไม้  หรือ
    จัดให้กลางสนามใต้ร่มไม้ ซึ่งบริเวณที่จัดวางชุดสนามนี้  ควรปูพื้นแข็งรองรับก่อนทำให้สามารถ ใช้
    งานได้ทุกฤดูกาลม้านั่งโดยทั่วไปมีทั้งเป็นชุด และตัวเดี่ยว ซึ่งกว้างประมาณ 40 เซนติเมตร ให้ยาว
    ประมาณ 1 เมตร สามารถยกไปตั้งตามทางเดิน ใต้ต้นไม้ ริมสระน้ำ   หรือที่ใดที่หนึ่งที่เราพอใจไว้นั่ง
    ตามลำพัง เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัว

    3.รูปปั้น การนำรูปปั้นมาตกแต่งสวนนั้น เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นองค์ประ
    กอบที่บังคับให้คนมอง โดยเฉพาะรูปปั้นที่เป็นรูปคนมักจะเป็นจุดสนใจสร้างจินตนาการ ให้ระลึกถึง
    อดีตเป็นงานศิลปะ ที่มีค่ามากใน การนำมาตกแต่งสวน โดยทั่วไปแล้วรูปปั้นมักจะทำมาจากดินเผา
    หิน ทองแดง เหล็ก หินอ่อน ไม้ ไฟเบอร์ บรอนซ์ และวัสดุอื่น ๆ อีกมากมาย ในพื้นที่แคบ ๆ ไม่ควรใช้
    รูปแบบคลาสสิค ควรใช้รูปปั้น Abstarct ซึ่งทำด้วยโลหะ จะมีลักษณะมันวาว ทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น
    การจัดวางรูปปั้น ก็ต้องคำนึงถึงมุมมอง อย่าวางรูปปั้นให้หลบซ่อนเกินไปควรมีฉากหลัง ที่ทำให้ รูป
    ปั้นดูเด่นขึ้น ต้นไม้ที่ใช้ควรมีรูปทรงที่สะดุดตา เช่นสนเลื้อย เศรษฐีไซ่ง่อน ซุ้มกระต่ายด่าง และไม้
    ประดับ ต่าง ๆ ถ้าบ้านเป็นแบบคลาสิค เสาโรมันจำลอง ฯลฯ หรือถ้าบ้านแบบทันสมัย จะใช้รูปปั้น
    ได้กว้างขวางกว่า ไม่ว่า แบบคลาสิค หรือแบบ Abstarct สำหรับบ้านทรงไทยมักจะใช้โอ่งบ้านเชียง
    สังคโลก หรือล้อเกวียนมาตกแต่ง ส่วน สวนญี่ปุ่น และ สวนจีน มักจะใช้ตะเกียง
    สะพานเล็ก ๆ และอ่างน้ำ เป็นต้น

    4.กระถางหรือ ภาชนะบรรจุต้นไม้ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมบริเวณสวนให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนมากกระถาง จะทำมาจากดินเผาเคลือบ ซึ่งการจัดสวนที่ใช้กระถางเป็นองค์ประกอบนั้น จะมีความ ยืดหยุ่นสูง เพราะสามารถสับเปลี่ยน ได้ตลอดเวลา แม้แต่กระถางที่มีต้นไม้ บรรจุอยู่ ก็สามารถเปลี่ยนไป ตามฤดูกาล ได้อีกด้วย กระถางที่ดี ควรมีรูระบายน้ำด้วย

    5.น้ำ และไฟในสวน น้ำเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เสียงหรือ แสงระยิบระยับ ของน้ำยามต้องแสงแดด หรือเงาที่สะท้อนตามพื้นน้ำจะช่วยให้สวนมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ น้ำพุ หรือน้ำตก ถ้าไม่ใหญ่โตเกินไปนัก เจ้าของบ้านสามารถทำขึ้นเองได้ โดยใช้ปั้มขนาดเล็กวางไว้ก้น
    สระ หรือที่เรียกกันว่า Submersible Water Pump (ไดโว่) ซึ่งจะดูดน้ำเข้าผ่านระบบกรองในตัว จากนั้นน้ำจะถูกปั้มผ่าน ท่อยางไปยังหัวน้ำพุ หรือไปยังน้ำตกที่เตรียมไว้ หัวน้ำพุ นี้สามารถถอดเปลี่ยน เป็นแบบต่าง ๆ ได้ตามความต้องการส่วนน้ำตก ถ้าเจ้าของบ้านมีมุมเล็ก ๆ และต้องการที่จะทำเอง น้ำก็ทำได้ไม่ยาก โดยการหาซื้อน้ำตกสำเร็จรูปมาจัดได้เลย ซึ่งมีให้เลือกหลายขนาด หลายชนิด หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์จัดสวน ทั่วไป เช่น ตลาดนัดสวนจตุจักร และตลาดย่านพหลฯ

    6.ศาลา (Gazebo) เป็นองค์ประกอบที่น่าสนใจเพราะให้ร่มเงา และผู้ใช้สามารถนั่งพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้ ส่วนมากนิยมสร้างด้วยไม้ เพราะให้ความอ่อนนุ่ม กับสวนมากกว่าวัสดุอย่างอื่น ควรใช้ไม้แดง หรือไม้เต็งซึ่งเหมาะสำหรับ กลางแจ้ง
    หรืออาจทำด้วยไม้ระแนงแล้ว อาศัยไม้เถาเลื้อยปกคลุมแทนหลังคากระเบื้อง
    ส่วนรูปแบบของศาลานั้น มีให้เลือกมากมายหลายแบบ ตั้งแต่ศาลาคนยากมีเสากลางเสาเดียว
    หลังคามุงจาก หรือที่เรียกกันว่า ดอกเห็ด ซึ่งเหมาะกับสวนบ้านไร่ ส่วนศาลามุงกระเบื้อง หรือ
    หลังคาไม้ระแนง ที่อาศัยเถาไม้เลื้อยปกคลุมนั้น นิยมใช้กับบ้านทั่ว ๆ ไป และ
    ศาลาโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก มุงกระเบื้องซีแพคโมเนีย นั้นเหมาะกับบ้าน ที่มีบริเวณพื้นที่ใน
    การจัดสวน กว้างใหญ่ เพราะ โครงสร้างของศาลา แบบนี้ จะดูเทอะทะ สำหรับบ้านทั่ว ๆ ไปยังคงนิยม
    ศาลาไม้ เป็นส่วนมาก เพราะ ดูเบา และ อ่อนนุ่มกว่า คอนกรีตเสริมเหล็ก
Hot Line : 089 - 8928478 , 085 - 7700584