รูปแบบของการจัดสวนสไตล์ต่างๆ

  • สวนไทย
    พันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกมีทั้งไม้ดอกและไม้ผล  เนื่องจากเป้นพืชเศรษฐกิจมา   ช้านานแล้วพระเจ้าแผ่นดิน
    และอุปราชเท่านั้น จึงจะมีพระราชอุทยานหรือสวนขนาด ใหญ่ได้ นิยมสร้างอยู่นอกกำแพงวังเป็นสวน
    แบบธรรมชาติ เป็นเขตหวง ห้าม มีผู้ดูแลสวน ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้

    สวนที่ใช้เป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมถาวร มักจะเป็นสวนไม้ดัด    และไม้กระถางเป็นส่วนใหญ่
    อยู่ในพระราชวัง พระอารามใหญ่ๆ สวนภู เขาจำลองที่เรียกว่า เขามอ มีอยู่แต่ในพระราชวัง  วังและพระ
    อาราม ต่างๆเช่นกัน เพราะถือว่าจะไทำสวนชนิดจี้ในบ้านสามัญชน เว้นแต่ผู้ที่มี บุญบารมี  นอกจากนี้
    ยังมีเขาก่อซึ่งเป็นสวนภูเขาจำลองอีกชนิดหนึ่ง เพื่อใช้ในพระราชพิธีซึ่งจัดในพระราชฐานเท่านั้น
  • สวนจีน
    การจัดสวนไม้ประดับแบบจีน  ซึ่งได้รับความคิดมาจากธรรมชาติ  พยายามดึงธรรมชาติ   ให้เข้ามาอยู่
    ใกล้ตัวมากที่สุด  มีเอกลักษณ์การจัดเป็นของตนเองโดยมีความคิดในการจัดคือ
    สสส
      1.การจัดรูปแบบเป็นเนินดินสูง - ต่ำ (Slope) และปลูกหญ้า
      2.การจัดแบบพื้นราบ มีสระน้ำ บ่อน้ำ ธารน้ำและก้อนหิน
      3.จัดปลูกต้นไม้แบบยืนต้น เช่น ต้นสน หลิว ไผ่ ต้นหลิวจะปลูกไว้ตามขอบสระน้ำ   กิ่งใบจะย้อยลงสู่      พื้นน้ำอย่างสวยงาม ส่วนต้นสนก็จะตัดแต่งกิ่งก้านและลำต้นให้คดโค้งไปมา
      4.จัดประดับสวนด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีน เช่น เก๋งจีน หรือเจดีย์แบบหกเหลี่ยมซ้อนกันหลาย ๆชั้น
      5.จัดสวนด้วยสะพานทอดโค้งข้ามลำธาร ข้ามเกาะ   พื้นสนามที่ปลูกหญ้า   จะมีทางเดินคดโค้งไปมา      ด้วยเส้นที่อ่อนหวานกลมกลืนกับธรรมชาติ
    สสส
    การใช้ต้นไม้ เป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก วัสดุพืชพันธุ์หลากหลาย  มีความชำนาญเกี่ยวกับ
    พันธุ์ไม้ มีการสะสมมานานเป็นพันปี เช่น – ต้นเบญจมาศ หรือ เก๊กฮวย –  ต้นพีช –  ต้นส้ม –  อะซีเลีย
    ,lilly, liac, rodorendon
  • สวนญี่ปุ่น
    สวนแบบญี่ปุ่น เป็นสวนที่สร้างขึ้นเพื่อจำลองความงดงามของ ฉากธรรมชาติ  ด้วยความใส่ใจอย่างยิ่ง
    เป็นงานประณีตพิถีพิถัน ที่ต้อง ได้รับการจัดวางอยู่ในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด วัตถุประสงค์ในการจัดการ
    ภูมิทัศน์ในสวนญี่ปุ่น ซึ่งมีพัฒนาการ สืบต่อกัน มายาวนานใน ประวัติศาสตร์ มีการจัดองค์ประกอบของ
    ภาพ ภูมิทัศน์โดยการจัดแต่งก้อนกรวด หิน ต้นไม้ สามารถมองได้จากหลากทิศทาง   ทั้งจากมุมต่างๆ
    ในสวนและเมื่อมองจากชานบ้านซึ่งเป็น SPACE ที่เชื่อมต่อภายในบ้าน กับนอกบ้าน ได้โดยการเลื่อน
    ฉากบาน เลื่อนออกทั้งระนาบผนัง รูปแบบของสวนแบบญี่ปุ่น

    สสส
      1.บ่อน้ำ สระน้ำ เกาะ และเนินดิน  การเล่นระดับของเนินดิน  แหล่งน้ำมา จากน้ำพุใต้ดิน  หรือแหล่งน้ำ     ใกล้เคียง มีการหมุนเวียนของน้ำ
     2.มีลำธารและทางน้ำที่คดเคี้ยวไปในกลุ่มต้นไม้และหุบเขาตื้นเพื่อให้เห็นคลื่นที่เกิดจากการไหลของ
         น้ำผ่านไปบนก้อนหินที่ท้องน้ำ
     3.การใช้หิน ตามสภาพธรรมชาติดั้งเดิม แต่มีการเลือกรูปทรงสีผิงขนาดและการจัดกลุ่มที่มีความหมาย
     4.แผ่นทางเดินหิน (stepping stone) เกิดจากพิธีชงชาในศตวรรษที่ 17 เพื่อเดนอย่างสำรวมไปยังห้อง
        หรือ ศาลาชงชา
     5.สะพานข้ามทางน้ำ อาจเป็นหินแผ่นเรียบแผ่นเดียวหรือสะพานไม้โค้ง
        หรือสะพานแผ่นหินวางห่างเป็นระยะตามจังหวะการก้าวเท้า
     6.ลวดลายกรวด
     7.ตะเกียงหิน ส่วนใหญ่เป็นหินอกรนิต ใช้ตกแต่งและให้แสงสว่างในพิธีชงชา
     8.รั้ว และการตัดแต่งต้นไม้เป็นรั้ว
  • สวนบาหลี
    สวนบาหลี มีลักษณะโดย พื้นฐานเหมือนกับสวนเมืองร้อน โดยทั่วไปกล่าวคือลักษณะพันธุ์ไม้ที่ใช้เป็น
    พันธุ์ไม้ ในตระกูลใกล้เคียงกับพันธุ์ไม้ ใช้ในสวนเมืองร้อน เช่น ชบา กล้วยประดับ เฮลิโคเนีย พลับพลึง
    ลั่นทม โกสน เฟินชนิดต่างๆ ไผ่ ปาล์ม และไม้น้ำต่างๆ กก บัว คล้าน้ำ เนื่องด้วยชาวบาหลี มีความเชื่อ
    ว่า ต้นไม้และพืชพันธุ์ต่างๆ  มีชีวิตและวิญญาณ ส่วนต่างๆ   ของต้นไม้จึงมักถูกนำมาใช้ทั้งเพื่อเป็น ยา
    รักษาโรค  และเพื่อใช้ในงานพิธีกรรมต่างๆ   เนื่องจากบรรยากาศของ   วิถีชีวิตแบบบาหลี เกี่ยวพันกับ
    ความเชื่อ ทางศาสนา และวิถีชีวิตประจำวัน อยู่มาก ประติมากรรมรูปสลักต่างๆ ทั้งรูปคน สัตว์ อมนุษย์
    จึงถูกนำมา จัดประดับ เพื่อให้เกิด บรรยากาศเกี่ยวพันกับ การดำเนินชีวิต ของชาวบาหลี ไม้ที่นำมาใช้
    ในงานประติมากรรม มีการแบ่งประเภทเป็นหลายประเภท โดยแบ่งตามคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่   ความ
    สวยงาม ความศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแรงคงทนและ ความอ่อนของเนื้อไม้สำหรับใช้ในการแกะสลัก อาทิ
    ไม้ขนุน  นิยมนำมาทำศาลสักการะ หน้ากาก   และของใช้ในพิธีกรรมต่างๆ มีการใช้ส่วนประกอบ   ทาง
    สถาปัตยกรรม อาทิ ซุ้มประตู กำแพง เป็นบริเวณแบ่งสัดส่วนใน สวนไม้ไผ่ เป็นวัสดุสำคัญที่นิยมใช้ใน
    การก่อสร้าง หลังคาของอาคาร  พื้นถิ่นนิยมมุงด้วยกก   โดยเฉพาะต้นอลัง-อลัง   เป็นชนิดที่นิยมใช้กับ ศาสนสถานต่างๆ ลักษณะอย่างหนึ่งของสวนบาหลี คือการใช้สระน้ำคูน้ำ  เป็นเครื่องสะท้อนภาพต่างๆ
    ที่ปรากฏในสวนสวนน้ำในบาหลี นิยมทำเป็นบ่อรูปทรงสี่เหลี่ยมค่อนข้างตื้นและปลูกไม้น้ำฃชนิดต่างๆ
    ความเชื่อทางศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย    เข้ามาในเกาะบาหลี ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 ความเชื่อ
    ตาม ตำนาน   โบราณของบาหลี โลกถูกสร้างขึ้นจากความว่าง     ( Divine Nothingness )   โดยมีเทพ สำคัญสุดผู้สร้างคือ ซาง ฮยัง วินธิ ซึ่งเป็น ผู้สร้างเทพเจ้าองค์อื่นๆ ขึ้นมาปกปักรักษา  เป็นเหล่าเทพผู้
    สร้าง แผ่นดิน ผืนน้ำ ท้องฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว เมฆ ดาวเคราะห์ ตามทิศทางต่างๆ   โดย
    ปกติแล้วการวางทิศทางของอาคารต่างๆ ในบาหลี จะวางโดยยึดกับทิศหลักทั้งสี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
    วัด  บ้าน  หรือลานกิจกรรม   จะถูกจัดให้หันสู่ทิศเหนือซึ่งถือเป็น  ทิศศักดิ์สิทธิ์ ส่วนทางทิศตะวันออก
    ของ บริเวณบ้าน มุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นที่ตั้งแท่น บูชาบรรพบุรุษ  ด้วยถือเป็นทิศที่มีคุณ
    ที่สุด  ทิศหัวนอน   จะหันไปด้านเหนือ    ส่วนทิศตะวันตกเฉียงใต้ใช้เป็นทิศที่ตั้งห้องครัวและสิ่งปฏิกูล
    ชาวบาหลีเชื่อว่า มีวิญญาณปกปักษ์รักษา ในทุกสถานที่  ธารน้ำ  เหว  หาดทราย ชายฝั่ง และป่าทึบ
    บริเวณที่รกร้างและรกชัฏ   เป็นที่สถิตของบรรดาสิ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติ ชาวบาหลีเชื่อว่า   สิ่งชั่ว
    ร้ายต่างๆ ไม่ได้อยู่ในน้ำ แต่จะมาจากอีกฝั่งของผืนน้ำ ซึ่งทั้งนี้อาจเป็นด้วย ความกว้างของทะเล   ที่ดู
    กว้างใหญ่ไพศาล หรือ อาจเป็นด้วย สายน้ำทั้งหมด บน เกาะบาหลี พัดพาสิ่งปฏิกูลต่างๆลงทะเลทั้งนี้
    ลักษณะสำคัญของ สวนแบบบาหลี คือ ควรมีความร่มครื้มด้วย ไม้เมืองร้อน ที่พบในพื้นถิ่น  มีสิ่งประดับ
    ที่สะท้อนอารมณ์ แบบบาหลี และแสดง วิถีชีวิตของชาวบาหลี
  • สวนประดิษฐ์ Formal Style
    สวนลักษณะนี้เหมาะกับสถานที่ที่มีเนื้อที่มากประกอบอาคารเช่น ปราสาท พระราชวัง วัด สถานที่ทำ
    การหรืออาจไม่มี อาคาร เป็นลักษณะเปิดโล่ง เช่น สวนสาธารณะ จัตุรัสกลางเมืองก็ได้  เช่นกันครับ
    สวนประเภทนี้จะคำนึงถึงแบบแปลนเป็นสำคัญ  การจัดวางแปลน จะจัดวางเป็น   ลักษณะเป็นสมดุล
    (Symmetry) หรือสองข้างเท่ากัน นิยมออกแบบ ให้มีไม้ดอกสีฉูดฉาดสดใส ตัดกับสนามหญ้าสีเขียว
    ที่ตัดแต่งเรียบร้อย สวยงาม ต้นไม้ก็มักจะตัดแต่งเรียบร้อยสวยงาม ต้นไม้ก็มักจะตัดแต่ง เป็นรูปทรง
    เรขาคณิต ต้อง ดูแล ตัดแต่งต้นไม้ และสนามหญ้า ให้อยู่ในรูปฟอร์มเรียบร้อยเสมอโดยยึดถือรูปแบบ
    แปลน ที่ออกไว้เป็นสำคัญ ไม่นิยมปล่อยต้นไม้ ให้เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ เพราะอาจจะทำลาย
    แบบแปลนที่กำหนดไว้ทำให้ผิดวัตถุประสงค์ในการจัด ในสวน นักออกแบบสวน   อาจแบ่งเนื้อที่เป็น
    อย่างอื่นได้อีกแล้วแต่ความเหมาะสมของสถานที่และความต้องการใช้สอยเช่นมีทางเดิน บ่อน้ำ น้ำพุ
    ศาลาพักผ่อน ม้านั่ง กระถางสวย ๆ  และรูปปั้น ถ้าเนื้อที่กว้างขวางมาก   อาจมีถนนรถแล่นผ่านไปได้
    เหล่านี้เป็นต้น คุณสมบัติและหน้าที่ของ สวนลักษณะนี้ ก็คือ   สร้างความโอ่อ่าสง่างาม ให้กับอาคาร
    และสถานที่เป็นนิยมกันมากใน ประเทศแถบยุโรป ซึ่งนับเป็นแม่แบบของสวนลักษณะ Formal Style

    เป็นสวนที่ออกแบบโดยใช้รูปทรงเรขาคณิตง่ายๆเช่นรูปทรงสี่เหลี่ยม  สามเหลี่ยม  วงกลมพรรณไม้
    ส่วนใหญ่ถูกตัดแต่งใน สวนแบบประดิษฐ์ การออกแบบ  จะมีแกนกลาง เพี่อความสมดุลของสวนทั้ง
    สองข้าง และมีจุดเด่นถึงดูดสายตา สวนประดิษฐ์ มักใช้กับ   พื้นที่ขนาดใหญ่ หรือ   สถานที่ราชการ
    เพี่อสร้างความหรูหราและสง่างามของสถานที่

  • สวนโมเดิร์น Modern  Garden
    เป็นสวนที่เน้นการใช้แนวเส้นและรูปทรงเรขาคณิต  ที่เรียบง่ายในการออกแบบ   โดยใช้วัสดุตกแต่งที่
    ดูทันสมัยเข้ามาประกอบ เช่น รูปประติมากรรมต่างๆการออกแบบอาจสื่อความหมายถึงบางสิ่งไม่นิยม
    ใช้พรรณไม้ปริมาณมากๆ แต่เลือกใช้เฉพาะต้นที่มีรูปทรงที่โดดเด่น
  • สวนธรรมชาติ Natural Garden
    เป็นสวนที่มักใช้เส้นโค้งในการออกแบบ ซึ่งช่วยให้เกิดรูปทรงอิสระ สร้างรูปแบบที่นุ่มนวล   สบายตา
    โดยเลียนแบบธรรมชาติ
  • สวนหิน Rock garden
    สวนหิน Rock garden    เป็นสวนที่ใช้หินและกรวดเป็นองค์ประกอบหลักในการจัด   โดยเลือกใช้ความ
    หลากหลายจาก ลักษณะและชนิดของหิน ที่แตกต่างกันทั้งสี รูปร่าง และผิวสัมผัส   จากนั้นก็นำต้นไม้
    มาปลูกประกอบ ให้มีความสัมพันธ์และกลมกลืน กับหินที่เรา จัดวาง อาจจะจัดบนพื้นที่ราบเรียบ  หรือ
    เป็นชั้นเป็นเนินก็แล้วแต่นักออกแบบจะสร้างสรรค์ขึ้นมา ซึ่งแนวคิดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นจากการนำรูปแบบ
    ธรรมชาติ เช่น โขดหิน เนินเขา เกาะแก่ง ลำธาร หรือน้ำตก ถอดถ่ายจำลองเอามาจัดวางให้เหมาะสม
    กับสถานที่ ที่เราจะจัดอาจวางหินรูปตั้งบ้าง นอนบ้าง ก็แล้วแต่ความเหมาะสมจากนั้นก็นำต้นไม้มาจัด
    ประกอบ หรืออาจมีวัสดุอื่น ๆ อีก ก็แล้วแต่ ความต้องการ บางกรณีสถานที่อาจจะอยู่ในสภาพแวดล้อม
    ที่ดีอยู่แล้ว เช่น บ้านพักในชนบทที่ติดกับเขา และธรรมชาติดังกล่าว นักออกแบบสวน  อาจจัดบริเวณ
    ให้สอดคล้องไปกับธรรมชาติรอบด้าน เช่น หักร้างถางพงเคลียร์พื้นที่รอบ ๆ บริเวณที่พัก   คงสภาพหิน
    หินหรือเนิน ที่เป็นธรรมชาติเอาไว้   และนำต้นไม้ไปแต่งประกอบ     แต่อย่างไรก็ต้องคงสภาพของเดิม
    ตามธรรมชาติ เอาไว้ ซึ่งก็จะเป็นอีกรูปหนึ่ง  ลักษณะสวนหินนี้็นิยมทางประเทศแถบยุโรปมาก่อนเรียก
    ว่า Rock Garden สร้างความรู้สึก ให้เห็นถึง ความเป็นปึกแผ่นมีพลังสนุกสนาน ทางแถบเอเชีย จีนและ
    ญี่ปุ่นก็นิยมจัดเช่นกัน โดยเฉพาะ สวนหินของญี่ปุ่นซึ่งมักจะเรียกกันว่า Stone Garden ลักษณะสวนหิน
    ของญี่ปุ่นจะเป็นลักษณะพิเศษคือ นอกจากสวนหิน ที่เป็นลักษณะลอกเลียนธรรมชาติแล้วยังมี สวนหิน
    ที่เป็น ลักษณะจินตนาการ ให้ผู้รับได้ใช้ฝึกสมาธิตามลัทธิเซน จะเป็นการจัดในพื้นราบ   จัดวางหินเป็น
    กลุ่มเป็นก้อน สมมุติแทนโขดเขาและเกาะแก่ง มีกรวดล้อมรอบ ทำ ริ้วรอยลวดลาย   คล้ายสายน้ำและ
    คลื่น สวนหินลักษณะนี้ จะไม่นิยมใช้ต้นไม้ มาประกอบเลย จะดูนิ่งให้ใช้ฝึกสมาธิได้เต็มที่
  • สวนในบ้าน ( Home Landscaping )
    บ้านเป็นปัจจัยพื้นฐาน ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิต ทุกคนต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง   ไม่ว่า
    จะเป็นบ้านเล็ก บ้านใหญ่ ก็สามารถที่จะให้ความสุขแก่ทุกคนในครอบครัวได้ ปัจจัยที่จะทำให้บ้านน่า
    อยู่ หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทั้งที่ตั้งซึ่งถูกทิศทาง การออกแบบ ที่เหมาะสมเพื่อนบ้าน และ
    สมาชิกทุกคนในครอบครัว ซึ่งมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน
    สสส
    บ้าน คือ ที่อยู่อาศัย บ้านที่สวยงามน่าอยู่จะประกอบขึ้นจาก ตัวอาคารและสถานที่โดยรอบการจัดการ
    ตกแต่งบริเวณต่าง ๆ ภายในบ้านจะทำให้อาคารสถานที่นั้น ๆ สวยงามยิ่งขึ้นส่งผลให้เกิดความสุข  ทั้ง
    กายและใจแก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัย ตลอดจนเป็นที่สุขตา สุขใจแก่ผู้อื่นที่ได้พบเห็น  การตกแต่ง
    บริเวณบ้าน หรือที่อยู่อาศัย อาจจะทำโดยเจ้าของบ้านเอง หรือจ้างวานผู้อื่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว    เจ้า
    ของบ้านจะเป็นผู้ที่เข้าใจความต้องการของตัวเอง และสมาชิกได้มากกว่า   ผู้อื่น เพียงแต่เจ้าของบ้าน
    จะสนใจและเข้าใจธรรมชาติ การเจริญเติบโต ของพรรณไม้ เข้าใจหลักของศิลปะบ้างพอสมควร พร้อม
    ทั้งมีแรงงาน ที่จะช่วยกันจัดและ คอยเอาใจใส่ดูแลรักษา ให้สวนสวยงามอยู่เสมอ    ก็จะทำให้บริเวณ
    บ้าน มีสวนที่สวยงามได้ การจัดสวนในบริเวณบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่  จะแบ่ง
    พื้นที่การจัดสวนออกเป็นส่วน ๆ ซึ่งจะทำให้พิจารณาจัดสวนได้เหมาะสมต่อการใช้งาน ดังนี้

      1.บริเวณส่วนสาธารณะ (public area)
      2.บริเวณส่วนครอบครัว (family living area)
      3.บริเวณส่วนตัว (private living area)
      4.บริเวณส่วนบริการ (service area)

    สส
Hot Line : 089 - 8928478 , 085 - 7700584